วัดจุฬามณี สมุทรสงคราม ล่าสุด ปี2564 สายขอพรควรมายิ่งนัก!

เมื่อมาเยี่ยมเยียนจังหวัดสมุทรสงครามแล้วสิ่งที่ไม่ควรพลาดทั้งปวงคือการได้มาไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอพรให้สมหวังดังใจนึกที่ วัดจุฬามณี จ. สมุทรสงคราม

วัดจุฬามณี สมุทรสงคราม
5
(1)
วัดจุฬามณี สมุทรสงคราม

วัดจุฬามณี จ.สมุทรสงคราม ล่าสุด2564 ที่สายเที่ยววัดไหว้พระขอพรต้องมา!

วัดเก่าแก่ วัดจุฬามณี จังหวัดสมุทรสงคราม ในปี 2564 นี้ ก็ยังเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยในประเทศไทยนอกเหนือจากแหล่งท่องเที่ยวหลัก เช่น ตลาดน้ำอัมพวา ดอนหอยหลอด และ ตลาดน้ำท่าคา ถึงแม้โควิ-19 จะมาแรงแต่วัดจุฬามณีนั้นก็ยังแรงไม่ตกผู้คนยังมุ่งมั่นที่จะมาสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอพรไม่ว่าจะขอเลขเด็ดโชคลาภต่างๆหรือความก้าวหน้าในการงาน วัดนี้มีให้หมด ด้วยใจที่แน่วแน่และลงมือทำจะได้สิ่งนั้นดังใจอย่างแน่นอน วันนี้ บ้านสวนนวลตา ที่พักอัมพวา จะขอพาชมวัดเก่าแก่นี้เอง ตัววัดนั้นตั้งอยู่ริมน้ำอัมพวาใกล้กับคลองผีหลอก ได้ถูกสร้างขึ้นมาในสมัยของกรุงศรีอยุธยาตอนปลายในช่วงของรัชสมัยพระเจ้าปราสาททอง ในประวัติศาสตร์ได้บ่งบอกว่าใครเป็นผู้สร้างวัดโบราณขึ้นมา นั้นคือเท้าแก้วผนึก (น้อย) ในเวลานั้นเป็นเจ้าของตลาดบางช้าง (ต้นตระกูลบ้างช้าง) ในปัจจุบันนั้นคือจังหวัดสมุทรสงครามนั่นเอง

วัดจุฬามณี
วัด จุฬามณี สมุทรสงคราม

ประวัติโดยย่อ วัดแม่เจ้าทิย์ จุฬามณี สมุทรสงคราม

แต่ก่อนในอดีต วัดจุฬามณี มีชื่อว่า วัดแม่เจ้าทิพย์ ได้ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยของพระเจ้าปราสาททอง คาดว่าถูกสร้างขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2172 – 2190 อ้างอิงากการบึนทึกของท่านแก้วผนึก (น้อย) เป็นลูกสาวคนหนึ่งของ ท่านกลาย ณ บางช้าง ซึ่งมีต่ำแหน่งหน้าที่เก็บภาษีในตลาดบางช้าง ผู้ก่อตั้งวงศ์ราชนิกูลบางช้าง เป็นผู้สร้างวัดนี้ขึ้นมา

ต่อมาในช่วงเวลาที่เกิดสงครามระหว่างกรุงศีอยุธยากับพม่ารามัญ ท่านนาค หรือ ภรรยาของรัชกาลที่1 ได้ตั้งครรภ์แก่ ได้หลบซ่อนทหารพม่าอยู่ในป่าทึบหลังวัดจุฬามณีและต่อมาได้ให้กำเนิดรัชกาลที่2 ได้สันนิษฐานสถานที่ประสูติจะอยู่ใกล้กับต้นจันทน์ที่เป็นบ้านหลังเก่าของท่านเศรษฐีทอง หรือพี่สาวคนที่2ของ รัชกาลที่1 ได้หนีภัยจากพวกพม่ามาหลบภัยอยู่กับ รัชกาลที่1 ในวัดในขณะตั้งครรภ์แก่อีกด้วย

บ้านสวนนวลตา ที่พักอัมพวา
วัดจุฬามณี
วัด จุฬามณี จังหวัดสมุทรสงคราม

วัดโบราณแห่งนี้ นั้นในช่วงเวลาหนึ่งเคยรุ่งเรืองเป็นอย่างมากในสมัยท่านเนียมเป็นเจ้าอาวาสองค์ที่ 2 ซึ่งเป็นพระอธิการ ได้ก่อตั้งโรงเรียนสอนหนังสือภาษาไทยและหนังสือภาษาขอมขึ้นที่วัด เมื่อถึงเวลาที่ท่านเนียมเสียไปช่วงประมาณปี พ.ศ. 2459 ตัววัดก็ตกอยู่ในสภาพได้เกือบเป็นวัดร้าง และมีพระอยู่ที่วัดเพียงไม่กี่รูป ตัววัดเองนั้นเริ่มเสื่องสภาพทรุดโทรมและพังเป็นอย่างมาก นายกำนันตำบลบางช้าง หรือแต่ก่อนเรียกว่าตำบลปากง่าม ได้ขอเรียนเชิญพระอาจารย์แช่ม โสฬส ในตอนนั้นเป็นพระลูกวัดซึ่งจำพรรษาอยู่ที่วัดบางกะพ้อม มาเป็นผู้นำสูงสุดภายในวัดจนความเจริญรุ่งเรืองกลับมาอีกครั้ง ในช่วงเวลาของหลวงพ่อแช่ม ซึ่งเป็นท่านแรกที่ได้ปลูกสร้างกุฎิสงฆ์อีกทั้งยังได้สร้างศาลาการเปรียญ และสามารถสร้างสำเร็จเมื่อปี พ.ศ. 2463

วัดจุฬามณี
หลวงพ่อเนื่อง โกวิโท
วัดจุฬามณี สมุทรสงคราม
โลงเก็บสังขารไม่เน่าเปื่อยของ หลวงพ่อ เนื่อง โกวิทโท
โลงเก็บสังขารไม่เน่าเปื่อยของ หลวงพ่อ เนื่อง โกวิทโท
โลงเก็บสังขารไม่เน่าเปื่อยของ หลวงพ่อ เนื่อง โกวิทโท
วัดจุฬามณี สมุทรสงคราม
โลงเก็บสังขารไม่เน่าเปื่อยของ หลวงพ่อ เนื่อง โกวิทโท

เมื่อเข้าสู่ยุคสมุยของหลวงพ่อ เนื่อง โกวิโท ได้ขึ้นมาเป็นเจ้าอาวาศ ในเวลาต่อมาท่านได้เลื่อนขั้นเป็นพระครูโกวิทสมุทรคุณ ในปี พ.ศ. 2511 วันที่ 23 พฤษภาคม หลวงพ่อเนื่องได้ทำการสร้างอุโบสถหลังใหม่มีชื่อว่า อุโบสถจตุรมุข ขึ้นมาแทนหลังเก่าที่ทรุดโทรมตามกาลเวลา

ในเวลาต่อมาพระอาจารย์อิฏฐ์ ภทฺทจาโร ในวัยเพียง 32ปี ได้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาศวัดและได้สารต่ออุโบสถที่ท่านเนื่องได้เริ่มไว้จนเสร็จสมบูรณ์

 อุโบสถจตุรมุข
อุโบสถจตุรมุข
ถายใน อุโบสถจตุรมุข วัดจุฬามณี
ถายใน อุโบสถจตุรมุข

ทาง บ้านสวนนวลตา ได้มีโอกาศเข้าไปไหว้สักการะสิ่งศํกดิ์ศิทธิ์จึงได้เห็นถึงความสวยงามภายใน อุโบสถจตุรมุข หินอ่อน 3 ชั้น กว้าง 40 เมตร ยาม 80เมตร ปูพื้นอุโบสถชั้นบนสุดด้วยหินหยก ที่นำเข้ามาจาก การาจี ประเทศปากีสถาน ภายในประตูและหน้าต่างถูกแกะสลักเป็นลายไทย ในส่วนของภายนอกเป็นงาทำมือสมุกรักฝังมุก ตกแต่งด้วยอัลลอยด์ที่เป็นลายดอกไม้เถาทั้งที่หน้าต่างและประตูทุกบาน มีจุดเด่นของรูปเทพประจำทิศทำด้วยอัลลอยด์ที่หน้าต่างด้านนอก ภายในตกแต่งเป็นลายไทย มีเรื่องราวของนิทานชาดก และภาพตราพระราชลัญจกร ตั้งแต่ รัชกาลที่ 1 ถึง 9 เครื่องอิสริยาภรณ์ชั้นต่างๆ รวมไปถึงตราแผ่นดิน และ ตราเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ท้าวเวสสุวรรณ
ท้าวเวสสุวรรณ
ท้าวเวสสุวรรณ
ท้าวเวสสุวรรณ
ท้าวเวสสุวรรณ
ที่สักการะท้าวกุเวร

ท้าวเวสสุวรรณ หรือ ท่านท้าวกุเวร ยักษ์เทพแห่งความร่ำรวย

มาถึงวัดศักดิ์สิทธ์แห่งนี้แล้วคงไม่มีใครพลาดไปสักการะเท้าเวสสุวรรณ หรือ ท่านท้าวกุเวร ยักษ์แห่งความร่ำรวยที่มอบโชคให้ผู้คนมากมายมานักต่อนัก แต่ใครจะทราบประวัติของท่านบ้าง ในส่วนนี้เราจะมาดูประวัติสั้นของท่านกัน ท่านท้าวกุเวรนั้นมักถูกพบเห็นในรูปลักษณ์ของยักษ์ยืนถือกระบองยาวหรือคฑา (ไม้เท้าเป็นรูปกระบอง) เป็นส่วนมากแต่นอกจากท่ายืนแล้วยังมีท่านั่งในท่ามหาราชลีลา มีความโดดเด่น คือ พระอุระพลุ้ยเช่นกัน ว่ากันว่าคนที่มีอาชีพเป็นสัปเหร่อ หรือมีอาชีพเป็นนักประหารชีวิตนักโทษนิยมพกพาท่านไว้ห้อยคล้องคอเพื่อเป็นเครื่องป้องกันของขลัง ป้องกันภัยจากวิญญาณร้ายที่จะเข้ามาหา ในเวลาต่อมาด้วยลักษณ์ของท้าวกุเวรในรูปของชายพุงพลุ้ยผู้คนทั่วไปจึงเชื่อว่าท่านเป็นเทพแห่งความร่ำรวยเช่นกัน และในส่วนท่ายืนของท่านนั้นเป็นที่เคารพเป็นเครื่องรางของขลังไว้ป้องกันภูติผีปีศาจ

นอกเหนือจากนั้นในสารานุกรมไทยฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน เล่มที่ 3 หน้า 1439 ได้เอ่ยถึงท้าวกุเวรว่าเป็น กุเวร-ท้าว เทพแห่งยักษ์ผู้เป็นเจ้าแห่งขุมทรัพย์ มียักษ์ และคุยหกะ หรือ ยักษ์ผู้เฝ้าขุมทรัพย์ ท่านมีอีกชื่อว่า ท้าวไวศรวัน (เวสสุวรรณ) ในภาษาทมิฬ ระบุ กุเวร ว่า กุเปรัน ซึ่งกล่าวถึงในเรื่องรามเกียรติ์ว่าท่านเป็นพี่ช่ายต่างมารดาของทศกัณฐ์ และทศกัณฐ์ไปแย่งบุษบกของท้าวกุเวรไป รูปลักษณ์ท้าวกุเวรนั้นมีรูปร่างที่พิการ มีผิวขาวและเขียว มีส่วนสูง 8000เมตร มีฟัน 8 ซี่ และมีขาสามขา (ท่านจึงมักเขียนท่ายืนแยงแย ถือไม้กระบองยาวอยู่หว่างขา) ใช้ ช้าง ม้า รถลาก เป็นพาหนะ ท่านมีเมือง ชื่ออลกา ตั้งอยู่บนภูเขาหิมาลัยและมีสวนส่วนตัวอยู่ที่ไหล่เขาแห่งหนึ่งของเขาพระสุเมรุ มีชื่อว่า สวนไจตรต หรือ มนทร มีพวกกินนร และคนธรรพ์เป็นผู้รับใช้ ท้าวกุเวรเป็นโลกบาล ประจำทิศเหนือ จีน เรียกว่า โต้เหวน หรือ โต้บุ๋น ญี่ปุ่น เรียก พสมอน (ขอบคูณข้อมูลอ้างอิงจาก www.watjulamanee.com)

ท่านท้าว อาศัยอยู่บนยอดเขายุคนธรอีสานราชธานี มีสระโกธาณีใหญ่อยู่ 1สระ มีชื่อว่าธรณี มีความกว้าง 16 กิโลเมตร ประดับไปด้วยบัวชนิดต่างมากมายและมีสัตร์น้ำต่างๆเป็นบริวาร และมีเสนาบดี 32 ตน แบ่งเป็น ยักษ์ผู้ปกป้องพระนคร 12 ตน ยักษ์เฝ้าประตูนิเวศ 12 ตน และ ทาสที่เป็นยักษ์อีก 9 ตน

คำถามที่ถามบ่อย

วัดจุฬามณี เส้นทาง ไปยังไง แผนที?

การเดินทางจากบ้านสวนนวลตาไปยังวัดจุฬามณีใช้เวลาประมาณ 18 นาที ให้ขับรถมุ่งตรงไปยัง ตลาดน้ำอัมพวา ให้ขับตรงขึ้นไปข้ามวงเวียนที่จะเลี้ยซ้ายไปตลาดน้ำประมาณ500เมตร ให้กลับรถ แล้วขับไปอีก 1นาทีก็ถึงแล้วครับ หรือตามgoogle map นี้เลยครับ
แผนที่เดินทางไปยังวัด

วัดจุฬามณีเปิดกี่โมงปี 2564?

วัดเปิดให้เข้าตั้งแต่ เวลา 8.00 ถึง 17.00น. ทุกวัน

วัดจุฬามณีตั้งอยู่ที่ไหน?

93 หมู่ 9 ตำบลบางช้าง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม

วัดจุฬามณี เบอร์ติดต่อปัจจุบัน?

เบอร์ติดต่อ : 081 845 0713

วัดจุฬามณี สมุทรสงคราม เปิดไหม?

วัดเปิดให้เข้าเยี่ยมชมตามปกติครับ ตั้งแต่ 8โมงเช้า ถึง 5โมงเย็น

How useful was this post?

Click on a star to rate it!

Average rating 5 / 5. Vote count: 1

No votes so far! Be the first to rate this post.